หลวงพ่อนาค เป็นพระพุทธรูปปรางค์นาคปรกสมัยลพบุรี แกะสลักจากหินทรายเขียว
มีพุทธลักษณะที่งดงามสง่าอ่อนช้อย
อยู่คู่กับวัดโคกมานานตั้งแต่สมัยใดไม่ทราบประวัติที่มา
เดิมเป็นพระประธานประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดโคก
ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรว่า
พระพุทธรูปปรางค์นาคปรกสมัยลพบุรีรุ่นเดียวกันนี้มีอยู่สององค์ในประเทศไทย
หลวงพ่อนาค แห่งวัดโคกเป็นพระพุทธรูปหินแกะที่สมบูรณ์
ส่วนอีกองค์หนึ่งอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย เรียกว่า หลวงพ่อศิลา
ชาวบ้านตำบลพุทเลา และประชานชนทั่วไป ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อนาคมาก
แต่เดิมในวันตรุษ-สงกรานต์ ของทุกปีทางวัดจะนำหลวงพ่อนาค
ออกมาให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อเป็นศิริมงคลเป็นประจำ
ในสมัยโบราณหากฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ชาวบ้านตำบลพุทเลาและบริเวณใกล้เคียง
จะขอให้ทางวัดนำเอาหลวงพ่อนาค ขึ้นเสลี่ยง
ทำพิธีแห่ไปรอบๆเขตชุมชนเพื่อขอฝน
และก็เป็นที่น่าอัศจรรย์มากที่ทุกครั้งที่ทำพิธีขอฝน
ฝนก็จะตกลงมาให้ความชุ่มช่ำร่มเย็นแก่ชาวบ้านโดยทั่วไป
จะมีประชาชนจากต่างถิ่นแดนไกลเดินทางมานมัสการ หลวงพ่อนาค และบนบานศาลกล่าว
ขอโชคลาภ และธุรกิจการค้าต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
และก็จะได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ และกลับมาแก้บนอยู่เสมอ ๆ
ในกาลก่อน หลวงพ่อนาค ได้เคยถูกมารศาสนาลักขโมยไปจากวัดถึงสองครั้ง
แต่ไม่สามารถที่จะนำหลวงพ่อนาค ออกนอกเขตตำบลพุทเลาไปได้
นำท่านไปวางทิ้งไว้ชายป่าข้างคลอง จะด้วยเหตุอันใดไม่ทราบได้
ทำให้โจรที่นำท่านไปทิ้งองค์ท่านไว้แล้วหนี้ไป
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็ได้มีกลุ่มมารศาสนาได้เที่ยวลักขโมยพระพุทธรูป
และวัตถุโบราณต่างๆ ขึ้นในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
และทุกครั้งที่พระพุทธรูปหรือวัตถุโบราณอื่นๆ ที่ถูกโจรกรรมหายไปจากวัด
ก็จะไม่สามารถที่จะจับคนร้ายหรือติดตามของที่ถูกโจรกรรมคืนมาได้เลย
จนกระทั่ง คืนวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖ ทางวัดได้มีงานพิธีศพขึ้นที่ภายในวัด
รุ่งเช่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคม โยมมานมัสการพ่อนาค จึงได้รู้ว่า หลวงพ่อนาค
ได้หายไปจากที่ประดิษฐานภายในหอสวดมนต์
ซึ่งมีกรงเหล็กล้อมรอบอย่างแข็งแรงป้องกันอยู่ นับจากวันที่ หลวงพ่อนาค
จากวัดไปก็ยังความเศร้าโศรกร้อนใจ ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จากนั้นประมาณ
สามเดือนครึ่ง ด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หรือด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อนาค อาจจะเรียกว่าปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบจับผู้ที่รับซื้อ หลวงพ่อนาคไว้
ได้ที่กรุงเทพฯ
และขยายผลจนสามารถจับคนร้ายที่เข้ามาโจรกรรมที่วัดโคกได้ทั้งหมดเป็นแก๊งอยู่ในเขตอยุธยา
อ่างทอง สิงห์บุรี
พร้อมทั้งพระพุทธรูปโบราณถูกโจรกรรมไปจากวัดต่างๆในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกจำนวนหนึ่งกลับมาวัดที่ สภอ.บางปะหัน
เพื่อให้วัดที่ถูกโจรกรรมพระพุทธรูปได้นำกลับไปวัดเดิม
ตามคำบอกเล่า(สารภาพ)ของกลุ่มคนร้าย
ได้เล่าว่าพวกเขาได้พยายามที่จะหล่อปูนหุ้มองค์หลวงพ่อ
เพื่อแปลงโฉมตบตาผู้อื่น
แต่เมื่อหล่อเสร็จแล้วปูนที่หล่อหุ้มไว้ก็แตกออกเอง
ซึ่งได้ทำการหล่อหุ้มอยู่ถึงสี่ครั้งและทุกครั้งปูนที่หล่อหุ้มไว้ก็แตกออกทุกครั้ง
กลุ่มคนร้ายจึงนำหลวงพ่อนาคไปล้างด้วยน้ำยาเคมีให้แลดูผิดแผกไปจากเดิม
แต่อย่างไรก็ดีเมื่อท่านเจ้าอาวาสได้ไปพบครั้งแรก ก็ยังจำหลวงพ่อนาคได้ดี
เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ที่หลวงพ่อนาคก็ได้
จึงทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้รวดเร็ว และได้ตัวคนร้ายทั้งหมด
พร้อมทั้งยังได้พระพุทธรูปองค์อื่นๆ คืนกลับมาด้วยอีกจำนวนมาก
เมื่อได้ หลวงพ่อนาค กลับคืนสู่วัด ทางวัดและชาวบ้านได้ทำบุญ-ฉลองรับขวัญ
หลวงพ่อนาค อย่างเอิกเกริก และมีประชาชนทั่วทุกสารทิศใกล้ไกล
มาสักการะกราบไหว้บูชาอย่างมากมาย พร้อมทั้งนำเครื่องบนบานศาลกล่าวต่างๆ
มาแก้บนกันมากกว่าที่เคยมีมา ท่านเจ้าอาวาส จึงได้ทำการปิดทององค์พระ
พร้อมทั้งปรับปรุงซ่อมแซม หอสวดมนต์ใหม่ ในการนี้ต้องใช้ปัจจัยเป็นจำนวนมาก
เพื่อปรับปรุงหอสวดมนต์ ให้เหมาะสมและเป็นสง่าราศรีกับหลวงพ่อนาค
ที่ท่านแสดงอิทธิปาฏิหาริย์สามารถรอดมือมารศาสนามาได้
และยังช่วยให้การกำจัดมารศาสนาสำเร็จผลอีกด้วย
จากคำบอกเล่าของประชาชนที่มากราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อนาค
แล้วมักจะมีโชคดีเสมอ
และกิจการใดที่ทำโดยสุจริตหากมาขอพรจากท่านแล้วจะสำเร็จตามความปรารถนา
มีโอกาสวันว่าง จะเดินทางไปวัดโคก ออกจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ 8 กิโล
อยู่ที่หลัก กม. 31 ถนนอยุธยา-ป่าโมกท์ - อ่างทองสายเก่า การไปมาสะดวก
มีรถประจำทางหลายสายผ่านหน้าวัด สอบถามรายละเอียดได้ที่ ๐๓๕-๗๑๓๒๙๐
๐๙-๙๒๔-๒๗๔๘