วัดบ้านม้า
สืบสานพระศาสนา
เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชน
เลขที่
๕๐ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านม้า
อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐
โทร. ๐-๓๕๓๐-๒๐๔๘ ๐-๓๕๓๐-๑๗๕๗
๐-๗๘๑๘-๘๗๕๓
พระมหามานิตย์ วิจิตฺตธมฺโม เจ้าอาวาส
วัดบ้านม้า เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๓๑๖ บางคนเรียกว่า "วัดม้า" โดยตั้งชื่อตามหมู่บ้าน ซึ่งเล่าสืบกันมาว่า
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
บริเวณนี้นั้นเป็นที่เลี้ยงม้าหลวง จำนวนมาก จึงเรียกกันว่า "บ้านม้า"
มีข้อสังเกต และคำเล่าลือของคนเฒ่าคนแก่ ถึงต้นกระทุ่มอายุนับร้อยปี ๓ -๔ ต้น
ที่เป็นแนวเส้นตรงห่างกันเป็นระยะ ราวต้นละ ๒๐๐ เมตร
อยู่ชายทุ่งทางตะวันตกของหมู่บ้านนี้ว่าน่าจะเกี่ยวกับการสงคราม หรือการเลี้ยงม้าหลวง ตามเรื่องที่เล่าสืบ
ๆ กันมา
วัดบ้านม้า ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อราว พ.ศ. ๒๓๕๑ มีเนื้อที่ ๓๐ ไร่ มีที่ธรณีสงฆ์ ๓ แปลง เนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๑
งาน ๒๐ ตารางวา ทิศเหนือและทิศใต้ ติดต่อกับหมู่บ้านทิศตะวันตกติดต่อกับทุ่งนา
โดยมีถนนผ่าน
และทิศตะวันออกติดกับคลอง
และทางตะวันออกของวัดนี้มีเนินดินสูง มีร่องรอยของการเป็นวัดมาก่อน
ซึ่งชาวบ้านเรียกวัดร้างนี้ว่า วัดโคกแสงราชเสมาราม
วัดบ้านม้าเป็นวัดเล็ก ๆ ในหมู่บ้านม้า ของตำบลบ้านม้าซึ่งมี ๔
หมู่ ชาวพุทธหมู่ที่ ๒ ๓ และ ๔
มาทำบุญและประกอบศาสนกิจตามประเพณี รวมทั้งคอยอุปถัมภ์ดูแลวัดแห่งนี้เป็นประจำเสมอมา
ความร่วมแรง ศรัทธาของชาวพุทธ และเจ้าอาวาส ภิกษุสามเณร ที่ให้ความเอาใจใส่ดูแลสืบต่อ
ๆ กันมาทำให้วัดบ้านม้ามีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ที่ ถาวร มั่นคง แข็งแรง สวยงาม เช่นเดียวกับวัดทั่ว
ๆ ไป ทั้ง พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ฌาปนสถาน
กุฏิ
พระสงฆ์เป็นต้น
นอกจากนี้ วัดบ้านม้ายังได้แบ่งที่ดินทางด้านทิศเหนือส่วนหนึ่งให้เป็นที่ตั้งของ โรงเรียนประถมศึกษา คือ โรงเรียนวัดบ้านม้า อีกด้วย ปัจจุบันก็ยังเปิดทำการเรียนการสอนอยู่
ชาวคณะวัดบ้านม้าได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกีฬา
ว่ามีส่วนสร้างความรัก ความสามัคคี
ความมีสุขภาพดีให้แก่ประชาชน
และช่วยให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ไปมั่วสุมในเรื่องยาเสพติด
หรือในทางที่เสื่อมเสียอื่น ๆ
วัดบ้านม้าจึงได้จัดทำสนามฟุตบอล และสนามตะกร้อไว้ให้เยาวชนและประชาชนอีกด้วย
เจ้าอาวาสที่พอจะสืบทราบนามได้ มีลำดับดังนี้
๑. พระอธิการจันทร์ คงฺคสโล
๒. พระอธิการแป้น อุตฺตโร
๓. พระอธิการลืม กนฺตสีโล พ.ศ. ๒๕๒๒ -
๒๕๔๒
๔. พระอธิการละม่อม อาทิจิตฺโต พ.ศ. ๒๕๔๒ -
๒๕๔๓
๖. พระมหามานิตย์ วิจิตฺตธมฺโม พ.ศ. ๒๕๔๔ -
ปัจจุบัน
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดบ้านม้า คือ หลวงพ่อโส
และหลวงพ่อขาว พระพุทธรูปในพระอุโบสถ เป็นที่เคารพนับถือ และเชื่อในความศักดิ์
เป็นที่ศรัทธาของชาววัดบ้านม้า
ของแก้บนที่นิยมกันมากคือ ขนมจีน และหัวหมู
นอกจากหลวงพ่อโส และหลวงพ่อขาวแล้ว
ชาววัดม้าจำนวนหนึ่งยังให้ความเคารพแก่ต้นสะตือคู่ หน้าวัด
เป็นต้นสะตือขนาดใหญ่ อายุนับร้อย ๆ ปี
มีเรื่องเล่าลือกันมาว่า มีผู้ที่กระทำล่วงเกินต่อต้นสะตือนี้แล้วเจ็บป่วย
ต่อเมื่อได้มาขอขมาจึงหาย
มีคำบอกเล่าสืบต่อ ๆ กันมาถึงความสามารถพิเศษของ พระอธิการจันทร์
อดีต
เจ้าอาวาสวัดบ้านม้าว่า
สามารถยิง "กระสุน"
วิถีโค้ง
ได้
ปัจจุบันนี้ วัดบ้านม้ากำลังก่อสร้าง และซ่อมอาคารเสนาสนะบางอย่าง
เช่น หอสวดมนต์ กุฎิ
และปรับปรุงบริเวณให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม มากขึ้น
ชาวบ้านม้า
ส่วนใหญ่มีอาชีพในทางเกษตรกรรม และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำ
เครื่องจักสาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กระด้ง"
และมีบางกลุ่มที่จะมีสำเนียงพูดที่แปลกหู
วัดบ้านม้า และชาวบ้านม้า เป็นวัดและหมู่บ้านที่มีความน่าสนใจแห่งหนึ่ง
ทั้งจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และคำเล่าลือต่าง ๆ จึงเป็นที่น่าศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เยาวชนของชาวบ้านม้า ควรที่จะได้สนใจเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งสืบทอด
ความสามารถ และภูมิปัญญา
อันมีค่าของบรรพบุรุษไว้มิให้สูญหาย
ชุมชนเก่าแก่เกื้อ กูลกัน
บ้านวัดต่างผูกพัน แน่นแฟ้น
ร่วมสุขร่วมเสกสรรค์ เสริมส่ง
บ้านสุขวัดสงบแม้น ดั่งนี้ดีแล.