วัดม่วง
สพฺพทานํ
ธมฺมทานํ
ชินาติ
การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง
เลขที่
๔๘ หมู่ที่ ๕ ตำบลโพธิ์สามต้น
อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐
โทร. ๐-๓๕๗๑-๐๒๑๖ ๐-๑๘๕๖-๕๓๙๑
พระสมุห์สมบูรณ์ มหาวีโร เจ้าอาวาส
วัดม่วงตั้งอยู่เลขที่ ๔๘
หมู่ ๕ ตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดิน ๑๖
ไร่ ๑ งาน
๕๒ ตารางวา ทิศเหนือติดลำรางสาธารณะ
ทิศตะวันออกติดคลองโพธิ์สามต้น ส่วนทิศใต้ติดกับคลองชลประทานและทิศตะวันตกติดกับที่ดินของเอกชน
วัดม่วงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๕ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ไม่มีหลักฐานปรากฎว่า ใครเป็นผู้สร้างวัดม่วง
แต่จากลักษณะของสถาปัตยกรรมบางส่วนก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่า
ผู้สร้างมีความรู้ในเชิงช่างสถาปัตยกรรม และมีรสนิยม หรือมีฝีมือทางศิลปะไม่น้อยเลยทีเดียว
วัดม่วงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗
วัดม่วง
ตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้าน คือ "บ้านม่วง" ตลอดระยะเวลาที่สร้างวัดขึ้นมา ชาวบ้านม่วงก็ได้ดูแล
อุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรและวัดตลอดมา ไม่ปรากฏว่า เคยมีช่วงเวลาใดที่เป็นวัดร้าง
ทำให้วัดม่วงมีความเจริญมั่นคง เสมอมา
แม้ว่าอาคารเสนาสนะเดิมที่เป็นไม้จะผุพังลงไป ตามกาลเวลาก็ตาม
ชาวพุทธวัดม่วงก็ได้ร่วมแรง ร่วมศรัทธาสร้าง หรือซ่อมแซมขึ้นใหม่
ทำให้วัดม่วงมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ที่มั่นคง แข็งแรง สวยงาม
เพียงพอครบถ้วนในการประกอบศาสนกิจ และพิธีกรรมตามประเพณีต่าง ๆ เช่น พระอุโบสถ
วิหาร ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิพระสงฆ์ เป็นต้น
เจ้าอาวาสของวัดม่วง มีชื่อลำดับได้ ดังนี้
๑. พระอุปัชฌาย์เปรม ๗. พระอธิการธิว
๒. พระอธิการพ่วง
๘. พระอธิการพิน
๓. พระอธิการสาย
๙. พระอธิการจอน
๔. พระอธิการเนย
๑๐. พระอธิการอ๊อด
๕. พระอธิการกัน
๑๑. พระอธิการสะอาด
๖. พระอธิการทองสุข
ลำดับที่
๑๒ คือ พระสมุห์สมบูรณ์
มหาวีโร ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐
ปูชนียวัตถุ และสิ่งที่น่าสนใจของวัดม่วง ได้แก่
๑. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัด
มีพุทธลักษณะที่
งดงาม
๒. พระประธานในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อีกเช่นกัน
เป็นที่เคารพนับถือ
ของชาวบ้านม่วง
๓. พระเจดีย์ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตพอสมควร
ขนาดฐานกว้างด้านละ ๔ เมตร
๔. จิตกรรมสีฝุ่นบนฝาผนังพระวิหาร
ซึ่งเป็นเรื่องทศชาติ และพุทธประวัติ รวมแล้วมี
ประมาณ
๕๐ ภาพ ความงดงามของภาพนั้นตามมาตรฐานช่างแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว
เป็นภาพที่เก่าแก่สร้างขึ้นพร้อมกับพระวิหาร
๕. ตู้พระไตรปิฏกลายรดน้ำโบราณ ทั้งรูปทรงและศิลปะลายรดน้ำเป็นของเก่าแก่อายุไม่น้อยกว่าร้อยปี
นอกจากปูฃนียวัตถุและภาพจิตรกรรมอันงดงามแล้ว
สิ่งที่ภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของ
ชาวพุทธวัดม่วง
คือ การที่ได้รักษาต้นไม้ใหญ่
เก่าแก่ อายุนับร้อยปีให้คงอยู่ เช่น ต้นตะเคียน ต้นโพธิ์ต้นยาง เป็นต้น
วัดม่วงได้เคยสร้างวัตถุมงคลเพื่อให้ผู้เคารพนับถือเช่าบูชาขึ้นครั้งหนึ่ง
คือ "เหรียญหลวงปู่เปรม" อดีตเจ้าอาวาส และพระอุปัชฌาย์
ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ชนที่ชมชอบพระเครื่องกันมากพอสมควร
มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเคยเสด็จมาประทับที่วัดม่วงแห่งนี้ครั้งหนึ่ง
ในคราวที่จะเสด็จไปจังหวัดลพบุรีนับเป็นเกียรติประวัติของชาวบ้านม่วง
และวัดม่วงเป็นอย่างยิ่ง
การที่วัดม่วงมีความโดดเด่นในเชิงช่าง และศิลปะ
อาจเป็นเพราะอาชีพของชาวพุทธวัดม่วงส่วนมากนิยมงานช่าง เช่น
ช่างปลูกบ้านทรงไทย ทำอิฐมอญ ช่างไม้ ช่างปูน เป็นต้น
จึงได้นำศิลปะเหล่านั้นมาทำนุดูแลวัด ฉะนั้น วัด จึงเป็นสิ่งที่ "วัด"
ความรู้
ความคิด ความสามารถฯลฯ ของชุมชนได้ดีอีกส่วนหนึ่ง ที่ควรแก่การศึกษาและเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง.