วัดทอง
จรรโลงพระศาสนา
เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชน
เลขที่
๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลขวัญเมือง
อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐
โทร. ๐-๓๕๓๘-๑๐๖๓ ๐-๑๙๔๔-๑๗๐๘
พระปลัดจรูญ ชาตปญฺโญ
เจ้าอาวาส
๐-๑๕๒๙-๒๘๙๖
วัดทอง เดิมชื่อ "วัดสุวรรณขวัญเมือง" สร้างขึ้นตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ได้โปรดให้สร้างขึ้น พร้อม ๆ กับพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอยู่
เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้บูรณะ เรียกชื่อใหม่ว่า "วัดทองนพคุณทูลฉลอง" ชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดทอง" เมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ ๒
ได้กลายสภาพเป็นวัดร้างไปเช่นเดียวกับวัดต่าง ๆ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ราว พ.ศ. ๒๓๒๐
สมัยกรุงธนบุรี
และได้วิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๐
วัดทอง
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำลพบุรี
ทิศเหนือและใต้ติดต่อกับที่ดินของชาวบ้าน ทิศตะวันออกติดแม่น้ำลพบุรี
ทิศตะวันตกติดกับถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข ๓๒) จึงนับว่าเป็นวัดที่มีการคมนาคมสะดวก ทั้งในอดีต และปัจจุบัน
วัดทองมีพื้นที่ ๒๒ ไร่ ๓ งาน ๙๐ ตารางวา มีชาวพุทธ หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓
ของตำบลขวัญเมืองดูแลอุปถัมภ์ และบำเพ็ญกุศลประกอบศาสนกิจ ตามประเพณี
จากความร่วมมือร่วมใจของเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณร และชาวพุทธวัดทอง
ทำให้วัดทองมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ครบถ้วน
มั่นคง แข็งแรง สวยงาม เช่นพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิ วิหาร และฌาปนสถาน
เจ้าอาวาสที่พอจะสืบทราบนามได้ มีดังนี้
๑. พระอธิการกัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๖๔ - ๒๔๖๘
๒. พระอธิการหรุ่น พ.ศ. ๒๔๖๙ - ๒๔๗๓
๓. พระอธิการผาย ประดิษฐ์ขวัญ พ.ศ. ๒๔๗๔ - ๒๔๗๗
๔. พระอธิการนาค พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๔๘๕
๕. พระอธิการจินดา
พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๒๔๘๖
๖. พระอธิการแปลก พึ่งญาติ พ.ศ. ๒๔๘๗ - ๒๔๙๒
๗. พระอธิการผิน โชติปาโล พ.ศ. ๒๔๙๓ - ๒๕๑๐
๘. พระอธิการสะอาด เกิดพงษ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๓
๙. พระอธิการทวี พ.ศ. ๒๕๑๔ - ๒๕๑๖
๑๐. พระครูวินัยธรผดุงศักดิ์ ฐิตปญฺโญ พ.ศ. ๒๕๑๗ - ๒๕๔๓
๑๑. พระอธิการเชิด ภาคสุข พ.ศ. ๒๕๔๓ - ๒๕๔๓
๑๓. พระปลัดจรูญ ชาตปญฺโญ พ.ศ. ๒๕๔๔ - ปัจจุบัน
วัดทองเป็นสถานที่ทำนุบำรุงจิตใจ ของชาวพุทธ
ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ
ในอดีตได้เคยมีโรงเรียนประถมศึกษาตั้งอยู่ในบริเวณวัด มีเนื้อที่ ๗ ไร่ โดยเริ่มเปิดสอนเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ แต่ปัจจุบันนี้ได้ยุบเลิกไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมด้วย
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๔
มีประเพณีที่ชาวพุทธวัดทองได้กระทำต่อ
ๆ กันมาคือ "การทำบุญประจำปี"โดยจะจัดขึ้นในวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี โดยเชื่อกันว่าเป็นวันประสูติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
นอกจากจะเป็นแหล่งรวมใจของพุทธศาสนิกชน
และแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการแล้ว
วัดทองยังได้พยายามทำวัดให้ร่มรื่นด้วยการรักษาต้นไม้เก่าแก่ไว้ เช่น ต้นโพธิ์ ๕
ต้น และยังได้พยายามปลูกเพิ่มเติมอีกด้วย
ปูชนียวัตถุ สำคัญของวัดทอง ได้แก่
๑. พระเจดีย์ เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ มีรูปทรงสวยงาม
๒. พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่ง
หน้าตักกว้าง ๒๐ นิ้ว
มีพุทธลักษณะที่งดงาม
เล่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโปรดให้สร้างขึ้น
เมื่อคราวเสด็จกลับการประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง
มาแวะพักทัพที่บริเวณวัดแห่งนี้ ต่อมาได้โปรดให้สร้างวัดและพระพุทธรูปขึ้น
๓. รูปหล่อพระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธชินราช
เป็นพระพุทธรูปที่เป็นที่ยอมรับกันว่า มีพระพุทธลักษณะที่สวยงาม ผู้ที่ได้เคารพกราบไหว้ย่อมรู้สึกอิ่มเอิบใจ
สงบใจ และมีความสุข
๔. หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัด เชื่อกันว่า
พระพุทธรูปองค์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงสร้างไว้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๙
เป็นที่เคารพนับถือและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของชาวตำบลขวัญเมืองกันมาก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
อยู่ในพระวิหาร
ของแก้บนที่มีผู้นิยมกันมากที่สุดคือ พวงมาลัย
๕. รูปหล่อพระมหากษัตริย์ไทย ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งทุกพระองค์เคยเสด็จมาที่วัดทองแห่งนี้
วัดทอง ได้รับความศรัทธา และดูแลจากญาติโยมมาโดยตลอด
และความร่วมมือร่วมใจเช่นนี้
ช่วยให้วัดทองมีความเจริญมั่งคงเป็นแหล่งส่งเสริมพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าคู่กับพระศาสนา
ตลอดไป
วัดทอง ทองเทียบแท้ คือธรรม
ทองตกตมดินดำ ไป่เปื้อน
ธรรมในโลกีย์กรรม ฤาหม่น หมองเฮย
ปวงปราชญ์ท่านเอ่ยเอื้อน เปรียบไว้วิจารณ์
มีธรรมปานเปรียบได้ ดังทอง
กิเลศรุมฤาหมอง หม่นเศร้า
พุทธบริษัทพึงครอง สติอยู่ เสมอนา
ระลึกถึงพระพุทธเจ้า จักพ้นภัยพาล.